กะทิ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันมะพร้าวใช้ปรุงอาหาร เลือกแบบไหนดี

ไขมัน และอาหารทั้งหลายที่เราควรบริโภค คือ อาหารที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุดนะคะ ดังนั้นคำตอบคือ
กะทิดีสุด แต่บางทีเราอยากผัด ทอดก็ต้องใช้น้ำมันสกัดเย็นค่ะ คือการเอาหัวกะทิมาหมักและตักเอาชั้นไขมันมากรอง และระเหยน้ำออก
ส่วนน้ำมันมะพร้าวที่ใช้ปรุงอาหารคือ การเอากากที่เหลือจาก การสกัดเย็นไปอบแล้วคั้นน้ำมันออกมา คุณภาพจะด้อยกว่า กะทิ และแบบสกัดเย็น แต่โครงสร้างทางเคมีของกรดไขมันยังเหมือนเดิมค่ะ คือ อยู่ในรูป ไขมันอิ่มตัวในเปอร์เซนต์ที่สูง

ทำไม ไพรมอลถึงเลือกไขมันจากมะพร้าวมาใช้ทำอาหารมากที่สุด
เพราะโครงสร้างทางเคมี ค่ะ
ไขมันมะพร้าวมีไขมันอิ่มตัวสูงที่สุดในบรรดาไขมันจากพืช
ไขมันอิ่มตัว Saturated fat คือไขมันที่ ปลายแขนของอะตอมคาร์บอนมีไฮโดรเจนเกาะอยู่ เต็มทุกแขน เป็นที่มาของคำว่าอิ่มตัว จะแข็งตัวเมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้องที่ค่อนข้างเย็น ได้แก่ ไขมันมะพร้าว ไขมันจากสัตว์(อันนี้เป็นทั้งไขมันอิ่มตัวและ ไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และ trans fat การทนความร้อนจะได้ไม่ดีเท่าไขมันมะพร้าว) ไข่ เนย ครีม น้ำมันปาล์มดิบ (ไม่ใช่ที่ผ่านกรรมวิธีสีเหลืองๆ) ไขมันอิ่มตัวไม่เกิดการออกซิเดชั่นง่ายๆ คือมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เนื่องจากการโดน แสง ความร้อน และ ออกซิเยน อีก

อีกทั้งมีประโยชน์คือช่วยในเรื่องของการดูดซึมสารอาหาร ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การบริโภคไขมันอิ่มตัวทำให้ HDL และ LDL สูงขึ้นเล็กน้อย อีกทั้งยังเพิ่มขนาดอนุมูล ของ LDL ให้เป็นแบบ fluffy ใหญ่ฟู คือไม่เป็นอันตราย
Saturated fat จาก มะพร้าว เป็น medium-chain fatty acids ที่ร่างกายไม่เอาไปสะสมเป็นไขมันแต่จะใช้เป็นพลังงาน ทั้งนี้ไม่ใช่ไปซดน้ำกะทิหวานๆนะคะ แต่ต้องเป็นกะทิคั้นสด อีกทั้งการที่เป็น medium chain จึงทำให้ร่างกายเอาไปใช้ง่ายโดยไม่ต้องใช้พลังงานในการเปลี่ยนเป็นพลังงานเยอะ จึงเป็นการลดภาระการทำงานของตับ นอกจากนั้นแล้วยังช่วยให้ร่างกายเปลี่ยน T4 เป็น T3 ได้ดีขึ้น พูดง่ายๆคือช่วยให้ Thyroid hormone ทำงานได้ดีขึ้น เป็นการกระตุ้นระบบเผาผลาญ

ที่สำคัญ lauric acid ยังมีฤทธิ์ในการต่อต้านแบคทีเรีย(เอาน้ำมันมะพร้าวมาใช้แทนน้ำยาบ้วนปากที่ทำจากสารเคมี ถ้าอยากให้กลิ่นสดชื่นก็ผสมใบมินท์ลงไปนะคะ) และยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *