Intermittent fasting and metabolism การอดอาหารชั่วคราวกับระบบเผาผลาญ

Intermittent fasting is part of our ancestor’s lifestyle.Why are we still doing it? We live now in the modern world.Because our bodies didn’t evolve through times except for the brain.

If modern city lifestyle has no flaw then we would not have non communicable diseases such as type2 diabetes, cardiovascular diseases and so on.

Intermittent fasting doesn’t make your muscle shrink nor lose a lot of weight except you are very skinny then I don’t recommend you to fast.We need the right amount of fat to balance the hormones.

Intermittent fasting การอดอาหารชั่วคราว แค่ 14-24 ชม ย้ำว่าชั่วคราวนะคะ 

ระบบเผาผลาญ metabolism นั้นหมายรวมทั้งการเก็บพลังงานและการเอาออกมาใช้นะคะ ไม่ได้แปลว่าใช้อย่างเดียว  ระบบเผาผลาญที่มีประสิทธิภาพคือ สามารถเก็บพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเอาออกมาใช้อย่างเต็มที่ได้เมื่อร่างกายต้องการค่ะ การที่อดอาหารแค่ มื้อเดียวแล้วหิวแสบท้องจนปวดกระเพาะแสดงว่าร่างกายไม่ sensitive ต่อ insulin นั่นคือคุณได้รับพลังงานจากคาร์บเป็นหลัก

ตามปกติธรรมชาติร่างกายเราจะหลั่งฮอร์โมน cortisol  เป็นฮอร์โมนแห่งความตื่นตัว มากที่สุดตอนตื่นนอน เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับวันใหม่ และจะค่อยๆลดต่ำลง ในระหว่างวันจนถึงตอนกลางคืนจะต่ำสุดเพื่อพร้อมให้ร่างกายได้นอนหลับสนิทเพื่อที่จะซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมหรือเสียหาย

การที่เราตื่นมาแล้วยังไม่ได้กินอาหารเช้านั้น ในร่างกายก็จะเกิด กระบวนการ gluconeogenesis คือการที่ร่างกายเอา glycogen มาเปลี่ยนเป็น glucose เพื่อใช้เป็นพลังงาน โดยมีฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องคือ glucagon,HGH,epinephrine และ cortisol 

ถ้าเราอดต่อเนื่องไปถึงกลางวันเลยร่างกายก็อาจนำไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานด้วยการบวนการ lipolysis โดยมีการกระตุ้นจาก ฮอร์โมน glucagon เช่นกัน

ถ้าเรากินอาหารเช้าที่มีคาร์โบไอเดรตไปกระตุ้นการหลั่งของ insulin ซึ่ง insulin นี้เป็น hormone ที่ตรงกันข้ามกับ glucagon,growth hormone และ cortisol ร่างกายก็จะนำพลังงานที่ได้รับเข้าไปสะสม แทนที่จะนำออกมาใช้

ถ้าเรากินอาหารเช้าแบบมีคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เช่นข้าว ผลไม้ น้ำผลไม้ fruit smoothie cereal oatmeal ขนมปังทาแยมในระยะยาว อาจทำให้ร่างกายดื้อต่อ insulin ได้ ยาวแค่ไหนคะ อ่ะ ดูญาติผู้ใหญ่ว่าเริ่มเป็นเบาหวาน หรือเริ่มอ้วนตอนไหน ส่วนมากมักจะ 45-50 ปีขึ้นไป

การอดอาหารบางมื้อและการบริหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำเป็นการกระตุ้นให้ร่างกาย sensitive ต่อ insulin ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้แล้วเมื่อร่างกาย sensitive ต่อ insulin ก็จะไม่หิวแสบท้อง เมื่อกินข้าวไม่ตรงเวลา โรคกระเพาะจะไม่ถามหาถ้าคุณกินคาร์บไม่เยอะ

หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่าให้กินทีละน้อยๆ แต่บ่อยๆ เหมือนเติมถ่านให้ระบบมันเผาอยู่ตลอกเวลา อันนี้ร่างกายก็จะไม่ได้นำ glycogen และ ไขมันสะสมมาใช้นะคะ  นอกจากคนที่กินแล้วใช้พลังงานจนหมด ก็จะไม่สะสม ทำมห้ร่างกายต้องพึ่งแหล่งพลังงานจากภายนอกอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่า เป็นระบบเผาผลาญที่ไม่มีประสิทธิภาพ การกิรและใช้พลังงานอยู่ตลอดเป็นการเร่งให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ให้เร็วขึ้น แปลว่าอะไรคะ แปลว่าเราจะแก่เร็วขึ้น 

ดังนั้นการอดอาหารบางมื้อ ที่ทำได้ง่ายคืออาหารเช้าค่ะ หรือถ้าจะกินมื้อสายคือ 2-3 ชม หลังตื่นนอน โดยกินอาหารเช้าที่มีโปรตีนและไขมันดี และเริ่มกินคาร์บ ตอนกลางวัน และเย็น จะทำให้ร่างกายอ่อนไหวต่อ insulin ส่งผลให้ร่างกายนำไขมันสะสมมาใช้ได้ดีขึ้น ทั้งนี้คาร์โบไฮเดรตโดยรวมทั้งวัน ไม่เกิน 100-150กรัมค่ะ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำ

อ่านเพื่มเติมได้ที่

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16815497

https://www.jillcarnahan.com/2018/02/04/5-incredible-benefits-of-insulin-sensitivity/

https://idmprogram.com/closer-look-cortisol-hormonal-obesity-xxxx/

https://m.huffpost.com/us/entry/8648314

https://en.wikipedia.org/wiki/Cortisol

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC301453/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *