water retention การบวมน้ำเกิดมาจากอะไร

ปกติถ้าเราดื่มน้ำเยอะ ร่างกายก็จะขับออกตามปกติโดยการฉี่ ในคนที่มีร่างกายปกติ คือ ต่อมพิทูอิตารี หัวใจ ตับ ไต ทำงานได้ปกตินะคะ

ร่างกายเรามีระบบการปรับสมดุลย์ระดับน้ำในร่างกาย เมื่อเสียน้ำไปมากกว่าที่ดื่มเข้ามา สมองก็จะมีระบบแจ้งเตือน  คือ อาหารคอแห้ง หิวน้ำค่ะ ถ้ายังไม่ดื่มน้ำอีก ต่อมา pituitary ก็จะหลั่ง vasopressin (antidiuretic hormone) เพื่อลดการขับน้ำออกผ่านทางไตนะคะ อีกอย่างคือมีการ osmosis ถ่ายเทน้ำระหว่างเซลล์เพื่อปรับสมดุลย์ในร่างกายโดยเฉพาะให้เลือดได้ไหลวนได้สะดวกนะคะ

อาการบวมน้ำที่เกิดขึ้น เวลาเรากดบนผิวหนัง จะบุ๋มนานก่อนที่จะคืนตัวค่ะ มักเป็นที่ขา เท้า และส่วนอื่นๆก็มีมือ แขน  ท้อง หน้า 

ซึ่งอาจเกิดจากการ

    1. หลอดเลือดฝอย ทำหน้าที่ ส่งผ่านของเหลวที่มี แร่ธาตุ วิตามิน และ oxygen ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆนะคะ และก็รับของเหลวนั้นกลับ          แต่กรณีที่ผนังหลอดเลือดนั้นมีการรั่วซึม หรือ ความดันในหลอดเลือดเปลี่ยนก็ส่งผลให้น้ำคั่งในเนื้อเยื่อบริเวณนั้นได

  1. ระบบน้ำเหลือง ทำหน้าที่ดึงน้ำออกจากเนื้อเยื่อเพื่อส่งกลับเข้าหลอดเลือด ถ้าทำงานช้า หรือ มีการดึงน้ำออกจากเนื้อเยื่อก็ช้าตามค่ะ 
  1. หัวใจทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ความดันในหลอดเลือดผิดปกติตาม มีผลต่อการดึงน้ำกลับเข้าสู่หลอดเลือดค่ะ
  1. ไตทำงานผิดปกติ คือมีความสามารถขับของเสียออกได้น้อยลง 
  1. ช่วงตั้งครรภ์ น้ำหนักของมดลูกที่เพิ่มขึ้นได้ไปกดทับเส้นเลือดใหญ่บริเวณเชิงกรานก็สามารถทำให้การถ่ายเทน้ำลดประสิทธิภาพลงนะคะ
  1. การที่อยู่ท่าใดท่านึงนานๆ ไม่ว่าจะนั่ง ยืน หรือนอน การขยับร่างกายเป็นการกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองให้ดึงของเหลวกลับเข้าหลอดเลือดเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดนะคะ 
  1. ขาดโปรตีน ร่างกายเราต้องการโปรตีนระดับนึงเพื่อดึงน้ำกลับเข้าหลอดเลือดนะคะ ถ้าโปรตีนไม่พอน้ำก็จะคั่งในช่องท้อง นึกถึงเด็กอัฟริกันที่ผอมมากแต่พุงป่อง ประมาณนั้นค่ะ
  1. มีการอักเสบติดเชื้อในร่างกาย ก็จะบวมในบริเวณที่ติดเชื้อนะคะ เป็นระบบอัตโนมัติของร่างกาย โดย histamine จะเพิ่มช่องว่างระหว่างหลอดเลือดและเส้นเลือดฝอยเพื่อให้เม็ดเลือดขาวได้โจมตีสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้นก่อนส่งเลือดผ่านเข้าสู่หลอดเลือดนะคะ นึกถึงแผลผ่าตัดที่บวม ประมาณนั้น
  1. ยาบางชนิด ที่ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ เช่น ยาคุม หรือการกินยาปรับฮอร์โมนเพศ ยาลดการอักเสบที่ไม่มี steroid เช่นยาแก้ปวด ลดไข้ aspirin,ibuprofen,naproxen และยา beta-blocker 
  2. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงช่วงไข่ตก หรือก่อนมีประจำเดือน ยิ่ง hormone estrogen มากก็จะยิ่งบวมน้ำมาก แต่ถ้า estrogen ไม่พอ ร่างกายก็ผลิตน้ำดีได้ไม่ดีส่งผลให้การย่อยไขมันในลำไส้ทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้ท้องบวมเพราะแก๊ส หรือบางคนก็ท้องผูกค่ะ

อาการบวมน้ำนั้นมีหลายสาเหตุนะคะ แต่การที่เรากินคาร์บเยอะ กินเค็มหรือฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงก็สามารถทำให้เราบวมน้ำได้ชั่วคราวเช่นกันซึ่งไม่น่ากังวลอะไรค่ะ การไปดำน้ำ แช่น้ำทะเลนาน เกลือค่อยๆซึมเข้าก็บวมได้ค่ะ 

การที่ร่างกายสะสมไกลโคเจนก็นำน้ำเข้าไปด้วยนะคะ ไกลโคเจน 1กรัม ต่อน้ำ 2.4-3.8 กรัม แล้วในแต่ละคนก็สามารถสะสมไกลโคเจนในตับและหล้ามเนื้อในระดับที่ต่างกันออกไปอีก ตั้งแต่ 350-700กรัม ขึ้นอยู่กับ lifestyle อายุ เพศ น้ำหนักด้วยนะคะ ทีนี้ก็ลองคิดดูว่าช่วงโหลดคาร์บ น้ำก็ตามเข้าไปด้วย ยิ่งถ้าเมนส์จะมา กินทั้งเค็มและหวานดับความอยากยิ่งไปกันใหญ่เลยค่ะ

ดังนั้นถ้าเราตัวบวมๆ ลอง

ดูการกิน  การนอน การออกกำลังกาย และความเครียดก่อนค่ะว่าปกติมั้ย อย่าเพิ่งตกใจ 

วิธีแก้ทำยังไง ต่อในบทความหน้านะคะ

Water retention could be from health issue or you just ate too much carb and high sodium intake.

In young albino rats, on the average 3.8 gm. of water are stored with each gm. of glycogen. 

There is no measurable amount of water stored with fat in the liver. 

Water is stored when protein is deposited in the liver. After casein feeding, about 2 gm. of water were stored with each gm. of protein. 

If the cause is not from diet then you might want to take a look at

  1. Leaky capillaries 
  2. The lymphatic system
  3. The heart
  4. The kidneys
  5. Pregnancy
  6. 6.Physical inactivity
  7. Protein
  8. Histamine
  9. Medication-caused water retention
  10. Hormonal imbalanced 

Please read more on the links below

http://www.jbc.org/content/105/1/59.full.pdf

https://nutritionandmetabolism.biomedcentral.com/articles/10.1186/s12986-015-0055-9

https://www.msdmanuals.com/home/hormonal-and-metabolic-disorders/water-balance/about-body-water

https://www.msdmanuals.com/home/hormonal-and-metabolic-disorders/water-balance/overhydration

https://sites.google.com/site/sksirilak9/rabb

https://www.bodylogicmd.com/for-women/bioidentical-hormones-and-bloating

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *