อาหารเพื่อปรับสมดุลย์ลำไส้

อาหารสำหรับ ปรับสมดุลย์ลำไส้ คืออาหารต้านการอักเสบค่ะ 

ได้แก่

 1. omega3 จากอาหารทะเล DHA และ EPA

  • ปลา wild salmon 
  • ไข่ปลา salmon
  • น้ำมันตับปลาคอด
  • น้ำมัน krill
  • สาหร่ายทะเล
  • อาหารทะเล
  • ส่วน omega3 จากพืช ได้แก่ chia และ flax seeds คือ ALA ร่างกายต้องเปลี่ยนให้เป็น DHA ก่อนถึงใช้ได้นะคะ ซึ่งก็เปลี่ยนได้ไม่เกิน 2% ค่ะ แต่อาหารพวกนี้ก็มีประโยชน์อย่างอื่นนะคะ คือ เป็น prebiotics หรือ fermentable fibers อาหารของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ค่ะ      
  1. น้ำซุปต้มกระดูก เพื่อให้ให้ได้ L-glutamine ช่วยลดการอักเสบในลำไส้ได้นะคะ นอกจากนั้นแล้วยังมี กรดอะมิโน cystine,histidine และ glycine ที่ช่วยลดการอักเสบและซ่อมแซมผนังลำไส้ค่ะ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมี collagen ด้วยนะคะ ถ้าทำจากกระดูกวัว ก็มีเจลาตินค่ะ จะใช้กระดูกอะไรต้มก็ได้นะคะตามสะดวก ที่สำคัญต้องเป็นกระดูกสัตว์ที่ปลอดสารพิษ หรือฮอร์โมน หรือยาปฏิชีวนะค่ะ  ต้ม ไฟอ่อน ข้ามคืน พอแช่ตู้เย็นเราจะเห็นมันเปลี่ยนเป็นข้นขึ้นเหมือนเยลลี่ค่ะ 
  2. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นค่ะ ใช้เป็นแหล่งไขมันหลัก ใช้ผัด ทอด ทาปลาปิ้ง ราดสลัดได้หมดค่ะ รองลงมาก็อโวคาโด และน้ำมันมะกอก สองอย่างหลังไม่ควรโดนความร้อนนะคะ
  3. ไข่ไก่ เลี้ยงแบบปล่อย หรือเลี้ยงแบบออแกนิคค่ะ ไม่มีการใช้สารเร่งหรือยาปฏิชีวนะ กินเฉพาะไข่แดงนะคะ ไข่ขาวเอาทิ้งไป
  4. Prebiotic หรือ อาหารประเภท fiber ได้แก่ ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช ต่างๆ ผักเน้นที่ผักประเภทรากและหัวค่ะ ได้แก่รากโกโบ(burdock root) รากบัว หัวไชเท้า มันหวาน  ถั่วอัลมอน กระเจี๊ยบ ว่านหางจรเข้ ต้นหอม กระเทียม หอมหัวใหญ่ มันที่เรียกว่าแยม( yam) แครอท ฟักทอง ถัวลูกไก่ เห็ดต่างๆ เป็นต้นค่ะ
  5. ผักใบเขียวต่างๆ เน้นว่าต้องเป็นออแกนิคเท่านั้นนะคะ ต้นอ่อนของผักต่างๆเพาะเองได้ไม่ยากค่ะ แถมยังมีประโยชน์มากมาย
  6. อาหารเสริม เมื่อลำไส้ไม่เเข็งแรง การย่อยและดูดซึมย่อมลดลงเป็นเรื่องปกติค่ะ ถ้าเรารู้สึกว่า ต้องการกินอาหารเสริม เพื่อช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วขึ้นอีกนิด ก็ได้แก่ คอลาเจนแบบผง L-glutamine แบบผง fish oil ยี่ห้อที่ดีมากๆ เพราะน้ำมัน omega3 อ่อนไหวต่อ ความร้อน แสง และ อากาศ ถ้ากระบวนการผลิตไม่ดีกินเข้าไปจะทำอันตรายโดยเพิ่มการอักเสบให้ร่างกายเรามากกว่าจะช่วยรักษานะคะ นอกจากนั้นก็มีวิตามินซี และ วิตามินดี(อันนี้ควรไปตรวจเช็คระดับในเลือดก่อนค่ะ) อีกอันก็ วิตามินบีรวมค่ะ เพราะลำไส้เราผลิตวิตามินบีหลายชนิด การที่ลำไส้ทำงานไม่สมบูรณืทำให้เราขาดวิตามินต่างๆเหล่านั้นได้ค่ะ

เมื่อลำไส้เราเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้ว แต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะ ต้องไปสังเกตร่างกายกันเอาเอง ว่าอาการดีขึ้นแล้ว ก็เริ่มกินอาหารพวกหมักดองได้ค่ะ เรื่อง probiotics อันนี้ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดนะคะว่า แบคทเรียที่เรากินเข้าไป มันสามารถมีชีวิตรอดในร่างกายเราได้หรือเปล่า ทั้งน้ำย่อย และน้ำดี ค่อนข้างแรงค่ะ อาหารหมักดองเหล่านี้มีแบคทีเรียที่ทำการย่อยอาหาร และผลิตวิตามินกับกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์ต่อแบคทีเรียในลำไส้เราได้ค่ะ ดังนั้นเราก็กินต่อไปในปริมาณพอดีๆ เหมือนอาหารชนิดนึง โดยที่ไม่ต้องไปโหมกิน แบบหวังว่าจะเติมแบคทีเรียที่ดีเข้าไปในร่างกายเยอะๆนะคะ 

นอกจากนี้อาหารหมักดอง หรือ probiotics ยังมี histamine ถ้าคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ ผด ผื่น คัน หรือหอบหืด น้ำมูกไหลตลอด เนื่องมาจากร่างกายผลิต histamine มากกว่าปกติก็ควรบริโภคอาหารเหล่านี้ในปริมาณเล็กน้อยนะคะ probiotics ก็ได้แก่ kimchi,natto,kombucha,sauerkraut,kefir,yogurt,tempeh ของดองๆทั้งหลายค่ะ รวมทั้งปลาร้าด้วยนะคะ

ส่วนอาหารที่ต้องงด เด็ดขาดเพราะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบคือ

  1. น้ำตาล
  2. น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี
  3. กลูเตน มีในข้าวสาลี ข้าวไรน์ ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ้ต ที่ไม่ระบุว่า gluten free ค่ะ เพราะส่วนมากจะผ่านโณงงานเดียวกันและปนเปื้อนมา 
  4. แอลกอฮอล์
  5. ยาฆ่าแมลง
  6. ยาปฎิชีวนะ
  7. นมวัว
  8. ผักตระกูล nightshades ได้แก่มะเขือและพริกต่างๆค่ะ

ส่วนประกอบหลักอีกอย่างที่ทำให้ลำไส้อักเสบคือความเครียดค่ะ หลายคนไม่รู้ตัวว่าเครียด เพราะชินค่ะ การที่ท้องอืด อาหารไม่ย่อย อารมณ์เสียง่าย อยากอาหารหวาน เค็ม มัน นั่นคือเครียดค่ะ

วิธีแก้คือ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ตากแดด และเดินเท้าเปล่าค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *