Blog

Hummus recipe

  • 1 cup steamed chickpeas 
  • 3 small pcs garlic
  • 4 tbsp extra virgin olive oil
  • 1tbsp ground sesame or 2tbsp tahini
  • 2-3 tbsp greek yogurt or strained homemade kefir
  • Lime juice
  • Salt

A little water

  • Blend chickpea and garlic in the food processor or mixer then add tahini and greek yogurt.
  • Add olive oil and lime juice little by little
  • Add salt
  • If the texture is too dry add more water and some olive oil
  • sprinkle with cumin chopped parsley and cayenne pepper(optional)

ใครอยากลองทำ hummus ดูนะคะ

ให้นึ่งถั่วลูกไก่ ที่แช่น้ำแล้ว 1 คืน เสร็จแล้วนำมาปั่นกับกระเทียม 3 กลีบ ใส่งาบด 1-2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 4-5 ช้อนโต๊ะ ปั่นค่ะ แล้วค่อยๆเติม กรีกโยเกิร์ต หรือ kefir ที่ทำเองแล้วกรองน้ำออก หลังจากนั้นค่อยๆใส่น้ำมะนาว และปั่นต่อไป เช็คดูว่าเนื้อเนียนได้ที่หรือยังนะคะ ถ้าแห้งไปก็เติมส่วนผสมที่เป็นของเหลวเพิ่มค่ะ อย่าเติมไปพรวดเดียวนะคะ ค่อยๆเติม จะใข้น้ำเล็กน้อยก็ได้ค่ะ ใส่เกลือ และปั่นให้เนียนนะคะ

เสร็จแล้วโรยผงยี่หร่าค่ะ

hummus มีคาร์บ พอแล้วนะคะ ไม่ต้องเอาขนมปัง หรือ แป้ง peta จิ้มเพิ่มอีก

homemade tahini

ระบบเผาผลาญ

Metabolism  หรือที่เราเรียกว่าระบบเผาผลาญ

คือระบบการใช้พลังงานโดยผ่านการสร้าง หรือการสะสมพลังงาน และการย่อยทำลาย เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานมาใช้(anabolism and catabolism)

สิ่งที่ควบคุมสมดุลย์ของการสร้างและทำลายคือ ฮอร์โมน การสร้าง  หรือการผลิตได้แก่การสร้าง glycogen จาก carb โดยอาศัย hormone insulin (glycogenesis)  นอกจากนี้ยังมีการสร้างกล้ามเนื้อ สร้างไขมันไปสะสม 

ส่วนการทำลายหรือการย่อยเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงาน ได้แก่ การนำ glycogen ออกมา เปลี่ยนเป็น glucose ด้วย hormone glucagon ในยามที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (glycogenolysis) หรือThyroxine เอา fat จาก adipose tissue มาใช้เป็นพลังงาน เป็นต้น 

นอกจากนั้นแล้วร่างกายยังใช้พลังงานจากแหล่งอื่นได้อีกเช่น ketone,lactate นะคะ

Metabolism efficiency หรือการมีระบบเผาผลาญที่ดีมาจากการที่ร่างกายมีการใช้และสะสมพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  คือใช้ทั้งจากอาหารที่กินเข้าไปและไขมันสะสมได้ ฮอร์โมนต่างๆทำงานกันอย่างมีสมดุลย์ ชะลอการแบ่งตัวของเซลล์(เท่ากับเป็นการชะลอการแก่ตัวของเซลล์) มีภูมิคุ้มกันที่ดี 

การที่ร่างกายเร่งการเผาผลาญให้เร็วขึ้นจะทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวเร็วขึ้น ส่งผลให้การแก่ตัวของเซลล์เกิดขึ้นเร็วขึ้น 

การที่เรากินอาหารน้อยมาก หรือขาดสารอาหารเป็นเวลานาน ร่างกายก็ปรับระบบเผาผลาญให้ช้าลงนะคะ เพื่อความอยู่รอด หรือถ้าเราไม่ขยับตัวนานๆ นั่งทำงานทั้งวัน กลับบ้านก็นั่ง หรือนอน ร่างกายก็ปรับระบบเผาผลาญให้ช้าลงเช่นกันค่ะ นึกถึงหมีจำศีลนะคะ ไม่กิน นอนอย่างเดียว ระบบเผาผลาญถูกปรับให้ช้าลงเพื่อที่จะได้ค่อยๆใช้พลังงานนั่นเองค่ะ

ระบบเผาผลาญที่ดี คือทำงานได้ปกติ ไม่เร็วไปหรือช้าไป สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักไม่ลด อาจมาจากการขยับตัวที่น้อยไป หรือการกินอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องการ เลยกลายเป็นเก็บสะสมเยอะ

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น เซลล์มีการเสื่อมสภาพ รวมทั้ง กิจกรรมที่ทำก็ต่างไปจากสมัยวัยเด็ก ดังนั้น ระบบเผาผลาญจึงทำงานช้าลงเป็นธรรมดานะคะ

การทำให้ระบบเผาผลาญมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 

  1. กินอาหารที่มีสารอาหารครบ
  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ weight training เพื่อเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายแบบ hiit 
  3. ขยับร่างกายให้บ่อย
  4. นอนหลับสนิทให้เพียงพอ
  5. นั่งสมาธิ หรือทำกิจกรรมที่กรรม เพื่อคลายเครียด นะคะ เพระาความเครียด ทำให้ฮอร์โมนที่ส่งผลต่อระบบเผาผลาญไม่สมดุลย์ค่ะ

แค่นี้เราก็สามารถมีระบบเผาผลาญที่ปกติได้ค่ะ โดยไม่ต้องพึ่งยา หรือ อาหารเสริม 

ตัวอย่างอาหารลดท้องอืด meal plan for anti bloating

Day1

Breakfast 

4eggs, 2-3 tbsp extra virgin coconut oil 

2 tbsp natto, 1/2 apple

(Black coffee or tea)

Dinner

1 chicken breast, extra virgin coconut oil, 2 tsp turmeric,salt and pepper

A box of natto , 1-2 tbsp of homemade kimchi

Mushroom,carrot,spinach saute in 1tbsp coconut oil seasoned with turmeric,salt and pepper

1/2 cup pineapples

Day2

Breakfast

1/2 cup Soaked and rinse oats with 2tbsp homemade kefir and 112 tbsp berries, 2 boiled eggs, 1/2 apple

Dinner

Baked or fried fish with 2tbsp virgin coconut oil and turmeric seasoned with salt+pepper

Sautéd veggies(greens,carrots,onion,mushroom) with coconut oil seasoned with salt+pepper,turmeric and cumin, 1 box of natto

Day3

Breakfast 

4 scrambled eggs with mushroom and 3tbsp coconut oil seasoned with salt+pepper and turmeric

Dinner

Baked or fried fish with turmeric and coconut oil 

sautéd spinach and onion in coconut oil

A box of natto

1/2 cup of pineapple and 1/2 of apple

The menu can be vary depends on each people,health condition,your activity and age.

This is just an example.You can adapt to fit your diet plan. The main thing to add is probiotics such as natto and kimchi.

The problem about kimchi is most kimchi on the market contains less probiotics but more additives and msg. So natto is the best choice.

Then add prebiotic too such as onion,apple,pear,cooked and cooled rice,cooked and cool potatoes,artichoke,garlic.

And avoiding sugar,alcohol,refined wheat flour and refined vegetable oil for the gut health.

Last but not least get enough sleep and deal with stress the healthy way.

วันแรก

มื้อเช้า

ไข่ดาว 4ฟอง กับเห็ดคั่วแล้วราดด้วยน้ำมันมะพร้าว 2ช้อนชา โรยผงขมิ้นกับพริกไทยและเกลือ ใส่ต้นหอมซอย

(นัตโตะ 1 กล่อง)

มื้อเย็น

ผัดกระเพราไก่ด้วยน้ำมันมะพร้าว ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ใส่เห็ดกับถั่วฝักยาวและหอมใหญ่

ต้มจืดตำลึง

ข้าวสวยเเช่เย็น 2 ช้อนโต๊ะ

นัตโตะหรือถั่วหมักญี่ปุ่น 1กล่อง (ผสมกิมจิ 1ช้อนโต๊ะ)

สัปปะรด 1/3ถ้วย

วันที่สอง

มื้อเช้า

ไข่เจียว ใส่ไก่สับ ต้นหอม หอมใหญ่ มะเขือเทศ ด้วยน้ำมันมะพร้าว 

ข้าวสวยเย็น 2 ช้อนโต๊ะ

(นัตโตะ 1 กล่อง)

มื้อเย็น

ปลาทูทอดน้ำมันมะพร้าว หรือย่าง 

ผัดผักด้วยน้ำมันมะพร้าว ผักใบเขียวและเห็ด 1 ถ้วย 

นัตโตะหรือถั่วหมักญี่ปุ่น 1กล่อง 

แอ๊บเปิ้ล 1/2 ลูก 

วันที่สาม

มื้อเช้า

ไข่ต้ม 3 ฟอง กล้วยหอม 1 ผล

(นัตโตะ 1 กล่อง)

มื้อเย็น

ไก่ หรือ ปลาทอดขมิ้น 

ผัดผักรม ด้วยน้ำมันมะพร้าว

หรือ กุ้งผัด คะน้า ข้าวโพดอ่อน หอมใหญ่ แครอท

สับปะรด 1/2ถ้วย 

นัตโตะ 1 กล่อง

หลักการลดท้องอืดคือการปรับสมดุลย์แบคทีเรียในลำไส้ค่ะ และสุขภาพลำไส้ค่ะ

ความจริงแแล้วเมนูจะเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ค่ะ  แต่ให้มีนัตโตะ ทุกวัน ส่วนกิมจิเนี่ย ต้องเป็นแบบที่ดองได้มาตรฐานจริงๆ ถึงได้ผล การดองผักคือใช้เกลือดองในปริมาณพอดี ให้มีรสเปรี้ยว ไม่ใช่ดองแค่เอารวชาติแต่เพื่อเอาจุลินทรีย์ในการดองค่ะ พอใส่ probiotics แล้ว เราก็ใส่อาหารของมันไปด้วย ได้แก่ แอ้บเปิ้ล เห็ด ข้าวสวยแช่เย็น หอมใหญ่ กระเทียม ผักต่างๆ

และงดอาหารที่ทำให้ท้องอืด ได้แก่ น้ำตาล แอลดอฮอล์ แป้งขัดขาว นมวัว น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี

ถ้าท้องอืดมาก ลองนัตโตะทั้งมื้อเช้าและเย็นด้วยก็ได้ค่ะ

ทั้งนี้ต้องขยับร่างกายด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าปรับการกินอย่างเดียวจะช่วยได้ 100% รวมทั้งความเครียด และการนอนให้พอด้วยค่ะ

อาหารเช้า ถ้าไม่มีเวลาทำก็เตรียมไว้ตั้งแต่กลางคืนนะคะ หรือถ้าไม่มีเวลาจริงๆก็งดไปเลย ถ้าไม่มีเวลาเลยซักมื้อยุ่งตลอด ทุกวัน เครียดมาก อันนั้นควรลองปรับเปลี่ยนชีวิตดูนะคะ ว่าถ้าไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย ระยะยาวจะไหวมั้ย

นัตโตะ ถ้ากินยาก ลองใส่หอมซอยกับขิงขูดดูค่ะ

homemade facial mask

Facial mask ingredients that helps

  • Reducing black spots
  • Tightening the pores
  • Reducing fine lines
  • Soften the skin
  • Whiten the skin

At first I didn’t look for all these good benefits, I just put what I have in the kitchen together and I notice the result after 2 days that the pimple dark spots have faded.

Ingredients

  • 1/4 tsp Manuka honey
  • 1/2 tsp hokkaido yogurt
  • 1/2 tsp turmeric powder
  • 1/2 tsp Aloe Vera gel

Mix everything into a paste then apply on the face for 10-15 mins when it gets dry I rub my face with  Aloe Vera gel and leave it on the face for another 10-15 mins then rub on the gel again. When it dries I rinse off and apply a little extra virgin coconut oil on my face.

If you have some leftover you can keep it in the fridge for next day use.

สูตรครีมพอกหน้า ลดรอยดำสิว เพิ่มความชุ่มชื้น กระชับรูขุมขน ทำให้หน้ากระจ่าง เนียนใสขึ้น

  • น้ำผึ้ง 1/4 ช้อนชา
  • โยเกิรต์ 1/2 ช้อนชา
  • ผงขมิ้น 1/2 ช้อนชา
  • ว่านหางจะเข้ 1/2 ช้อนชา

ผสมทุกอย่างด้วยกันให้เป็นเนื้อเดียว แล้วทาบนหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที พอเริ่มแห้ง ใช้ว่านหางจระเข้อีกชิ้นทาให้ทั่ว นวดคลึง เบาๆ เป็นการขัดผิวหนังเก่าไปในตัว ทิ้งไว้อีก 10-15 นาที แล้วใช้ว่านหางจระเข้นวดอีกรอบ ทิ้งไว้จนเริ่มแห้งก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และทาหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น แค่นี้หน้าก็นิ่มและสดใสชุ่มชื้นขึ้นเยอะค่ะ

 

ทั้งนี้คุณภาพของส่วนผสม สำคัญนะคะ มีคุณภาพและสดใหม่จะดีมากค่ะ อย่าทำค้างไว้นานนะคะ ทำทีละนิด

omega3

Omega3 is essential fatty acids. DHA,EPA and ALA.

The benefits of omega3 are

  • Reduce rate of all-cause mortality means reduce risk of having diseases
  • Slow down the shorten of telomeres means slow down ageing process
  • Delay rate of brain ageing and other cells ageing 
  • Reduce inflammation which can cause cells damage that could lead to cancer
  • Increase HDL and decrease triglyceride
  • Improve cell  membrane fluidity that important for neurotransmitter 

DHA or docosahexaenoic acid is a 22-carbon chain with 6 cis double bonds.

The  sources of omega3(DHA and EPA) are cold water fatty fish such as mackerel, cod liver, anchovy, herring  ,sardines, wild salmon, krill, free range eggs and lamb.

EPA or eicosapentaenoic acid is a 20-carbon chain with 5 cis double bonds.

The sources of EPA are fatty fish such as cod liver, herring, mackerel, salmon and sardines.

ALA or alpha-linolenic acid is 18-carbon chain with 3 cis double bonds.

The sources of ALA are chia seeds, flaxseed, soybeans and walnuts

Omega3 supplement is also good but it has to be high quality only. Omega3 is a type of polyunsaturated fat that is sensitive to light, oxygen and heat therefore the manufacturing process is very important that the oil isn’t expose to these 3 factors. 

Omega3 คือกรดไขมันที่สำคัญ เพราะร่างกายสร้างเองไม่ได้ เราจึงต้องได้รับจากอาหารที่กินนะคะ มี 3 ชนิด ได้แก่ DHA, EPA แลพ ALA นะคะ

ประโยชน์ของ Omega3 คือ 

  • ช่วยลดอาการอักเสบต่างๆในร่างกาย อันจะนำไปสู่การลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ
  • ชะลอการหดสั้นลงของ telomeres แปลว่า ชะลอการแก่ตัวของเซลล์
  • ชะลอการแก่ตัวของเซลล์ต่างๆ รวมทั้งเซลล์สมอง ทำให้ลดอัตราเกิดเกิดโรคความจำเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์
  • ลดการอักเสบในเซลล์ต่างๆ แปลว่าลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งด้วยค่ะ
  • เพิ่มระดับ HDL และ ลดระดับ ไตรกลีเซอร์ไรด์

ชนิดของ omega3 

DHA คือกรดไขมันที่มีคาร์บอน 22 อะตอมเรียงต่อกัน และ มีคาร์บอนอะตอมคู่ 6 ตำแหน่ง เริ่มที่ ตำเเหน่งที่ 3 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียก omega3 

แหล่งอาหารที่มี DHA ได้แก่ ปลาน้ำเย็นต่างๆ เช่นปลา mackerel, anchovie, sardines ตับปลาคอด ไข่ปลาต่างๆ นอกจากนี้ก็มีพบเล็กน้อยในเนื้อแกะ และไข่แดง

EPA คือกรดไขมัน ที่มีคาร์บอนเรียงต่อกัน 20 อะตอม และมีคาร์บอน มีอะตอมคู่ 5 ตำแหน่ง เริ่มที่ตำแหน่งที่ 3 

แหล่งอาหารที่มี EPA ได้แก่ ปลาน้ำเย็นต่างๆ เช่นปลา mackerel, anchovie, sardines ตับปลาคอด ไข่ปลาต่างๆ 

ALA คือกรดไขมัน ที่มีคาร์บอนเรียงต่อกัน 18 อะตอม มีอะตอมคู่ 3 ตำแหน่ง เริ่มที่ตำแหน่งที่ 3 

แหล่งอาหารที่มี ALA ได้แก่ วอลนัท เมล็ดแฟล้กซ์ เมล์ดเจีย ถั่วเหลือง

 ร่างกายต้องเปลี่ยน ALA ให้เป็น DHA ก่อนร่างกายถึงจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ และความสามารถในการเปลี่ยน ALA ให้เป็น DHA นั้นมีไม่เกิน 2% ดังนั้นจึงควร เน้นการบริโภค omega3 ที่มีจากอาหารทะเล และไข่เป็นหลัก 

ทั้งนี้ omega3 คือ polyunsaturated fat ซึ่งอ่อนไหวต่อ แสง อากาศ และความร้อน จึงไม่ควรโดนความร้อนสูง การเลือก fish oil supplement จึงสำคัญมากในขั้นตอนการผลิต ว่าจะไม่โดนแสง และความร้อนสูง รวมทั้งไม่โดนอากาศนานเกินไป อีกทั้งชนิดของปลาก็ควรเป็นปลาเล็ก เพราะปลาใหญ่จะมีสารปรอท และสารพิษสะสม มากกว่า เนื่องจากเราทิ้งสารเคมี และน้ำเสียลงเเหล่งน้ำธรรมชาตินะคะ

https://www.youtube.com/watch?v=SDzLFzuotiE&t=574s

https://www.uccs.edu/Documents/healthcircle/pnc/health-topics/Omega-3_6_and_9_Fats.pdf

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3262608/

https://www.researchgate.net/figure/Omega-3-and-omega-6-fatty-acids_fig1_315364130

ashwagandha

Ashwaganda or Indian ginseng or winter cherry is an herb in Ayurveda that has anti inflammatory and antioxidants effect.

Health benefits come from withanolides that extracted from its roots.

  • It may reduce blood sugar by increasing insulin secretion and improving insulin sensitivity in muscle cells.
  • It has anti cancer effect.Animal studies showed that it induces apoptosis(programmed cell dead for tutor or cancer cell)
  • It may reduce cortisol in chronic stressed person. Read more about stress here https://piruni.org/2018/03/09/stress/
  • When stress is reduced then the immune function can increase because stress suppresses immune function.
  • It may help reduce stress and anxiety.animal studies shown that it blocks the stress pathway in the brain.
  • It has anti inflammatory effect which means it may lower LDL and triglyceride and reduce the risk of cardio vascular disease 
  • It may improve brain function and memory. Study shown that it promotes antioxidant activity that protects nerve cells from free radicals.
  • It can increase testosterone and boost fertility in men.Study shown that it increase perm count and mortality.
  • It helps boots the thyroid function which increases T4 production.
  • It is safe for most people except for some that should talk to the doctor before using it such as people with autoimmune diseases and pregnant women or breastfeeding women.

Bottom line : the bioavailability or the ability to absorb the withanolides depends on each individual. It might work for some people and might not work for some people depends on your gut.

อาชวากานด้า หรือโสมอินเดีย มีประโยชน์มากมายค่ะ กี้ลองกินมา 2 ขวดแล้ว แต่ไม่อยากกิน ตัว capsule เลยสั่งแบบผงมาลอง เพื่อลดเครียดค่ะ 

ประโยชน์ของมันมีมากมาย ความจริงมันคือสมุนไพรโบราณ และพอดังเข้า ก็ถูกนำไปทดลองใช้ว่าได้ผลจริงหรือแค่ placebo สรุปได้ว่า

  • มันช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ โดยการกระตุ้นให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินมากขึ้น  และเพิ่มความอ่อนไหวต่ออินซูลินในเซลล์กล้ามเนื้อ
  • ช่วยต้านมะเร็ง จากการทดลองในสัตว์พบว่ามันช่วยกระตุ้นให้เกิด apoptosis หรือการกำจัดเซลล์ที่เสื่อม หรือเซลล์มะเร็งนั้นทิ้งไปนะคะ
  • ช่วยลดระดับคอติซอลล์ ในคนที่เครียดทั้งวัน ซึ่งความเครียดส่งผลต่อร่างกายหลายอย่าง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://piruni.org/2018/03/09/stress/
  • ช่วยลดความเครียดและวิตกกังวล ลดอาหารซึมเศร้า จากการทดลองในหนูพบว่ามันช่ยขกัดความเครียดในสมองได้ค่ะ ในกลุ่มคนก็ทดลองแล้วว่าอาการวิตกกังวลและ ซึมเศร้าลดลง
  • เมื่อความเครียดลดลง ภูมิต้านทายก็ดีขึ้นนะคะ เพราะเวลาเครียดภูมิต้านทานจะต่ำค่ะ มันทำงานตรงกันข้ามกัน
  • มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จึงส่งผลให้ลดคอเลสเตอรอลชนิด low density หรือ LDL-C และไตรกลีเซอรไรด์ อันจะส่งผลต่อให้ลดอัตราการเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจค่ะ
  • ช่วยบำรุงสมองและความจำ ด้วยการลดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นไม่ให้ทำอันตรายต่อเซลล์ประสาทในสมอง
  • ช่วยเพิ่มระดับ testosterone  หรือฮอร์โมนเพศชาย และเพิ่มจำนวนและความแข็งแรงของอสุจิ 
  • ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมน thyroid T4 
  • เป็นสมุนไพรที่ปลอดภัย แต่สำหรับกลุ่มคนบางประเภทควรปรึกษาหมอก่อนใช้นะคะ เช่นคนที่มีโรค autoimmune disaeses ต่างๆ ผู้หญิงท้องและให้นมบุตร

ทั้งนี้ประโยชน์ของ ashwaganda นั้นมาจาก withanolides ที่สกัดมาจากส่วนราก ซึ่งความสามารถในการดูดซึมของลำไส้แต่ละคนไม่เหมือนกัน คนที่มีลำไส้แข็งแรงก็จะดูดซึมได้ดี แต่ถ้าคนที่มีปัญหาเรื่องระบบลำไส้ ร่างกายก็จะดูดซึมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ไม่เท่าไหร่คะ

สนใจอ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4630722/

https://www.healthline.com/nutrition/12-proven-ashwagandha-benefits#section1it 

https://draxe.com/ashwagandha-benefits/IMG_1011

natto

natto

  • Probiotics : add good bacteria to your gut to promote gut health 
  • Rich in vitamin K2 that helps taking calcium from soft tissue into bones and teeth
  • Contains nattokinase, fibrinolytic enzyme that breakdown the fibrin in blood clots. Moreover NK has antihypertensive(reduce high blood pressure), antiplatelet/anticoagulant, lipid-lowering and neuroprotective actions that helps preventing cardiovascular disease and Alzheiner’s disease
  • Contains spermidine ,a compound that promotes longevity, enhance autophagy, prevent liver cancer and  improves memory performance. Aged cheese,mushroom and chicken liver also contain spermidine.
  • Contains PQQ, pyrroloquinoline quinone that helps improve the mitochondrial function  and acts as antioxidant.

นัตโตะ หรือถั่วเหลืองหมักของญี่ปุ่น กี้กินบ้างค่ะ สลับเปลี่ยนหมุนเวียน ซื้อแช่ freezer ไว้ตลอด ถึงแม้จะเหม็นแบบกินเสร็จแล้วต้องเอาสบู่ล้างปากแต่มันมีประโยชน์ มากกว่าที่คิด กี้แนะนำให้ลูกค้า กินนัตโตะทุกคนนะคะ เพราะมี probiotics และนอกจากนั้นแล้วมันมี

  1. Natto kinase ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ลดความดัน ลดการจับตัวเป็นก้อนของเลือด และ โรคอัลไซเมอร์
  2. Spermidine เสปอร์มิได ไม่ใช่ sperm ที่ผลิตจากถุงอัณฑะนะคะ ไม่ต้องรีบไปรีดออกมากิน อันนี้มีในอาหารเช่น natto เห็ด aged cheese ค่ะ เป็นสารชะลอแก่ ช่วยให้เกิด autophagy ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งตับ และ ช่วยพัฒนาความจำให้ดีขึ้น
  3. PQQ  สารที่ช่วยในการทำงานของ mitochondria ให้ดีขึ้น และยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ชะลอแก่อีกค่ะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://piruni.org/2018/09/09/how-to-take-care-of-your-mitochondria-and-mitochondria-biogenesis/
  4. มี probiotics เติมแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ให้ลำไส้แข็งแรงดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น
  5. มี vitamin K2 ซึ่งจะช่วยนำ calcium เข้ากระดูกและฟัน ถ้าเรากิน calcium เข้าไปแล้ว ไม่มี K2 calcuim ก็อาจไปเกาะผิดที่ได้นะคะ 
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6043915/
https://en.wikipedia.org/wiki/Spermidine

Blue light แสงที่ควรหลีกเลี่ยงตอนกลางคืน

หลายคนพยามหลีกเลี่ยง junk food และ กิน clean food ออกกำลังกาย เพื่อรักษาสุขภาพ แต่ลืมไปว่า เรามี healthy natural light แสงแดด ที่ควรออกไปโดน กับ junk light หรือ blue light ที่ทำลายสุขภาพเรา เช่น
ไฟจาก LEDs จอคอมพิวเตอร์ มือถือ ทีวี. ที่ควรหลีกเลี่ยง นะคะ
เพราะ
1. มันเป็นแสงสีที่มีคลื่นความถี่สั้นกระตุ้น การตื่นตัวของประสาททำให้ลดการหลั่งของเมลาโทนิน(ฮอร์โมนที่ทำให้เราง่วง)
2. แล้วยังลด ชั่วโมงการนอน ทำให้เราตื่นนอนบ่อยตอนกลางคืน
3. อันจะส่งผลให้คุณภาพการนอนเราลดลง
4. นอกจาก นั้นแล้วแสงสว่างยังกระตุ้นความหิวอีกค่ะ คือเหมือนว่า เวลากลางวัน คือเวลากิน

เมื่อ นาฬิการ่างกาย circadian rhythm เรารวนแล้ว ระบบเผาผลาญ ระบบภูมิคุ้มกันเราก็จะรวนตามนะคะ
ถ้าเราต้องใช้อุปกรณ์อิเลคโทรนิคตอนกลางคืน ก็
1. หาสิ่งมากรองแสง blue light ออกค่ะ เช่นแผ่นกรองแสงจอคอมพิวเตอร์
2. การตั้งค่า night shift บนจอมือถือ
3. การใส่แว่นย้อมสีได้แก่สีเหลือง ส้ม แดง เพื่อกรองแสงสีฟ้าค่ะ
4. กินอาหารบำรุงตาค่ะ พวก carotinoid ผักที่มีสีส้ม สีแดง

You all heard about healthy food and junk food. But how many of you are aware of healthy light and junk light.

Natural light is what your eyes love and artificial light is what you should avoid.
Blocking blue light from your eyes after sunset is one of the thing you can do to better your sleep.
Blue light is short in wavelength that is more concentrate than natural light and it affects the production of melatonin(hormone that makes you want to sleep), it shortens total sleep time and reduce sleep quality by increase nighttime awakenings. More than that
When your circadian rhythm got fucked then you mess up your metabolism, immune system and cognitive function too.

The sources of blue light are LEDs, computer screen , mobile screen and tv screen.

If you can’t avoid using those gadgets at night then use something to filter the blue light such as tinted eyeglasses , set the night shift mode on your phone and adjust the brightness. And eat food that contain carotenoid (red, orange veggies) to support your eye’s health.

The latest on blue light and sleep

Hormesis or hermetic stress

What doesn‘t kill you make you stronger. Exposing cells and organisms to mild stress should result in the adaptive or hormetic response with various biological benefits such as promoting longevity, neurogenesis, mitochondria biogenesis, boosting your metabolism and strengthening your immune system.

Hormesis  is a favorable biological response on cellular level from exposure to small dose of hormetic agent such as 

    1. exercises 

    2. heat stress – triggers heat shock protein

    3. cold stress – expose yourself to cold temperature such as cold shower, cold bath. CT triggers AMPK ( increase fat burning)

   4. Intermittent fasting  red more on the-benefits-of-intermittent-fasting-อดอาหารต้านมะเร็ง-ช

    5. phytochemicals in food such as turmeric, polyphenols ,red wine, green tea, ginger, dark chocolate, berries , cruciferous vegetables for example. Read more at https://piruni.org/2018/08/14/antioxidants-สารต้านอนุมูลอิสระ/

    6. sunlight – exposure to low or moderate uv radiation 

การทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นโดยการกระตุ้นด้วยความเครียด หรือที่เรียกว่า hormetic stress ช่วยให้เพิ่มจำนวนของไมโตคอนเดรีย ซึ่งส่งผลต่อระบบเผาผลาญให้ทำงานดีขึ้น ผลิตพลังงานได้มากขึ้น สร้างระบบประสาทมากขึ้น (นักเรียนก็เรียนเก่งขึ้นได้นะคะ ถ้าออกกำลังกายเป็นประจำ ) ลดการเกิดโรค alzheimer’s เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และยังส่งผลให้ชะลอการแก่ตัวของเซลล์อีกด้วย  การใช้ความเครียดชั่วคราวกระตุ้นร่างกายให้ทนต่อความเครียดได้ดีขึ้นส่งผลให้เซลล์ทนต่อความเครียดอื่นๆได้ดีขึ้นด้วยค่ะ เช่นความเครียดในชีวิตประจำวัน ความเครียดจากการโดนรังสี UV หรือความเครียดจากการทำงานของระบบเผาผลาญ ความเครียดนี้เรียกว่า oxidative stress ค่ะ

ความเครียดที่สามารถกระตุ้นร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้แก่

1 จากการออกกำลังกาย และ การขยับตัวบ่อยครั้ง อะไรที่เราใช้งานมันบ่อย ร่างกายก็จำเป็นและจะผลิตเพิ่มขึ้นให้เเข็งแรงขึ้นนะคะ เช่นเซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท รวมทั้งไมโตคอนเดรีย ถ้าใครสงสัยว่าไมโตคอนเดรียคืออะไร อ่านได้ที่ https://piruni.org/2018/09/09/how-to-take-care-of-your-mitochondria-and-mitochondria-biogenesis/

https://piruni.org/2018/09/05/what-is-mitochondria-ไมโตคอนเดรียคืออะไร/

2.การกระตุ้นด้วยความร้อน คือให้ร่างกายมีอุณภูมิสูงขึ้น อาจทำได้โดยการเข้าเซาน่า (79c)โดยที่ร่างกายมีอุณภูมิเพิ่มขึ้นจาก 37c เป็น 40-41c เป็นเวลา 20 นาที

3.กระตุ้นด้วยความเย็น แช่น้ำเย็นที่อุณภูมิต่ำกว่า 10-11องศาเซลเซียส เริ่มตั้งแต่ 5 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มเวลาขึ้น  ถ้าน้ำเย็นจัดขนาด 0องศา ก็แช่แค่ 20 วินาทีค่ะ 3 ครั้งต่อสัปดาห์

4.การอดอาหารชั่วคราว อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ the-benefits-of-intermittent-fasting-อดอาหารต้านมะเร็ง-ช

5.การกินอาหารที่มี  phytochemicals ได้แก่ ชาเขียว ขมิ้น ไวน์แดง ขิง ช็อคโกเเล็ต เบอรรี่ต่างๆ ผักตระกูล cruciferous อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://piruni.org/2018/08/14/antioxidants-สารต้านอนุมูลอิสระ/

6.การโดนรังสี UV ในระดับพอประมาณเป็ฯการกระตุ้นให้ร่างกายสังเคราะห์ vitamin D และยังป้องกันมะเร็งหลายๆชนิดอีกด้วย

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2248601/

https://www.sciencedirect.com/topics/biochemistry-genetics-and-molecular-biology/heat-shock-proteins

https://en.wikipedia.org/wiki/Hormesis#Effects_in_aging

https://www.nature.com/articles/s41514-017-0013-z

https://jackkruse.com/cold-thermogenesis-easy-start-guide/

https://biohackersummit.com/2016/10/15/dr-rhonda-patrick-health-benefits-of-sauna/

Watch more at 

https://www.youtube.com/watch?v=QJNYn3LXSxQ

https://www.youtube.com/watch?v=IyNMhs4iIo8.  

grounding or earthing

Grounding or earthing produces intriguing effects on physiology and health. Such effects relate to inflammation, immune responses, wound healing, and prevention and treatment of chronic inflammatory and autoimmune diseases

The main hypothesis is that connecting the body to the Earth enables free electrons from the Earth’s surface to spread over and into the body, where they can have antioxidant effects.

Hydrated proteins are semiconductors that means drink a lot of water and go outside barefoot.

The benefits of grounding

  • Reducing inflammation
  • Reducing chronic pain
  • Increasing Energy 
  • Lowering stress and promoting calmness by reducing stress hormones.
  • Normalizing biological rhythms including circadian rhythm
  • Normalizing blood pressure and blood flow
  • Relieving muscle tension and headache 
  • Speeds healing process
  • Protecting the body from effect of EMFs
  • Shortening recovery time from injury or athletic activity

It’s free same as meditation, intermittent fasting and sunbathing. 

Grounding หรือ Earthing ที่ฟรี แต่ คนไม่ค่อยสนใจทำ  เพราะว่าชีวิตคนเมืองอยู่ห่างะรรมชาติค่ะ มันมองไม่เห็น แต่มันวัดได้ค่ะ ประจุไฟฟ้าในตัวเราใช้เครื่องมือวัด voltage ได้ การเดินเท้าเปล่าเป็นการรับ free electrons จากผืนโลก ส่งผลให้เพิ่ม antioxidant ในร่างกาย ซึ่งดีกว่าและถูกกว่า berries ต่างๆ เป็นวิถีโบราณที่คนเราทำกันมา แต่ด้วยวิวัฒนาการที่เราลืมว่าเรามาจากไหน ทำให้เราถูกตัดขาดจากธรรมชาติของเราและเกิดโรคขึ้นมากมาย

ร่างกายเราประกอบไปด้วยน้ำและโปรตีนซึ่งนำไฟฟ้าได้ปานกลางนะคะ แต่อุปกรณ์ช่วย grounding ก็มีขายเป็นพวกที่นอน สายรัดข้อมือ รองเท้า ที่ใช้โลหะมานำประจุไฟฟ้า นะคะ แต่จำเป็นมั้ย นั่งเล่นในสนามก็รับ free electron ได้ค่ะ ยิ่งเท้าเปียกยิ่งนำไฟฟ้าได้ดี ยิ่งแช่น้ำในทะเลยิ่งดีค่า

ประโยชน์ของการ เชื่อมต่อกับผืนโลกด้วยเท้าเปล่า หรือที่เรียกว่า การ กราวดิ้ง

  • อลดการอักเสบ
  • ลดอาการเจ็บปวดเรื้อรัง
  • ลดเครียด
  • ลดความดัน
  • ลดอาการวิตกกังวล
  • ปรับนาฬิการ่างกาย
  • ลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • บาดแผล และอาการบาดเจ็บหายเร็วขึ้น

ทั้งหลายเหล่านี้คือเป็นผลมาจากการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระนะคะ 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

https://www.dovepress.com/the-effects-of-grounding-earthing-on-inflammation-the-immune-response–peer-reviewed-fulltext-article-JIR

https://wellnessmama.com/5600/earthing-grounding/

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4378297/